🚗 รถยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle)
รถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า โดยใช้พลังงานจากแบตเตอรี่หรืออุปกรณ์เก็บพลังงาน มีข้อดีคือเกิด แรงบิดได้ทันที ทำให้อัตราเร่งเรียบและรวดเร็ว แบ่งออกเป็นประเภทต่างๆ ดังนี้:
1. ไฮบริด (HEV)
ใช้น้ำมันผสมไฟฟ้า เครื่องยนต์หลักทำงานคู่กับมอเตอร์ ไม่ต้องเสียบปลั๊กชาร์จ วิ่งไฟฟ้าล้วนได้ระยะสั้น (2-3 กม.)
2. ปลั๊ก-อิน ไฮบริด (PHEV)
เหมือนไฮบริดแต่ เสียบปลั๊กชาร์จไฟได้ แบตเตอรี่ใหญ่ขึ้น วิ่งไฟฟ้าล้วนได้ 20-50 กม.
3. ไฟฟ้า 100% (BEV/EV)
ใช้ไฟฟ้า 100% ไม่มีเครื่องยนต์สันดาป ไม่ปล่อยไอเสีย ชาร์จไฟบ้าน (6-8 ชม.) หรือตู้ชาร์จด่วน
4. อี-พาวเวอร์ (E-Power)
ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100% แต่มีเครื่องยนต์ขนาดเล็กไว้ ปั่นไฟ ใส่แบตเตอรี่ ไม่ต้องเสียบปลั๊ก
5. พลังงานไฮโดรเจน (FCEV)
ใช้ไฮโดรเจนเหลวทำปฏิกิริยากับออกซิเจนเพื่อสร้างกระแสไฟฟ้า ปล่อยออกมาเพียง "น้ำ" เป็นพลังงานสะอาด
🔋 เทคโนโลยีแบตเตอรี่
Ni-MH: ความจุสูง ทนทาน แต่น้ำหนักมาก นิยมใช้ในรถไฮบริด
Li-ion: ยอดนิยมที่สุด เบา จุไฟได้มาก อายุใช้งานยาว แต่ราคาสูง
Sodium-ion: ต้นทุนต่ำ ปลอดภัยสูง (อยู่ระหว่างวิจัยพัฒนา)
💡 ความสัมพันธ์กับศาสตร์อื่น
- วัสดุศาสตร์: ผลิตโครงสร้างรถน้ำหนักเบา (อลูมิเนียม/แมกนีเซียม)
- วิศวกรรม (กลศาสตร์): ออกแบบเบาะนั่งและการรับน้ำหนัก
- วิทยาศาสตร์ (แม่เหล็กไฟฟ้า): การสร้างมอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง
- วิทยาศาสตร์ (เซลล์เคมี): การพัฒนาแบตเตอรี่และการควบคุมความร้อนด้วยเซ็นเซอร์
🌎 ผลกระทบของการใช้งาน
💰 ด้านเศรษฐกิจ
บวก: เกิดอุตสาหกรรมใหม่ รายได้เข้าประเทศมากขึ้น
ลบ: อุตสาหกรรมชิ้นส่วนแบบเก่าและน้ำมันอาจซบเซาลง
👥 ด้านสังคม
บวก: สุขภาพประชาชนดีขึ้นจากอากาศบริสุทธิ์
ลบ: แรงงานบางส่วนอาจว่างงานเนื่องจากชิ้นส่วนรถลดลง
🌱 ด้านสิ่งแวดล้อม
บวก: ลดมลพิษทางอากาศ ฝุ่นละออง และเสียง
ลบ: ปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์จากแบตเตอรี่เสื่อมสภาพ
อ้างอิง: สสวท. (2563), Nissan Thailand, masii.co.th, mreport