การวิเคราะห์ปัญหา
การระบุปัญหาที่ชัดเจนเป็นพื้นฐานในการกำหนดวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาที่แท้จริง ซึ่งจะช่วยให้แก้ปัญหาได้ตรงจุด สามารถรวบรวมรายละเอียดของปัญหาได้ตรงประเด็น โดยเทคนิคหนึ่งที่นักเรียนสามารถนำมาใช้ในการวิเคราะห์สถานการณ์ปัญหาและช่วยให้ได้ข้อมูลที่นำไปสู่การกำหนดกรอบปัญหา คือ การใช้คำถาม 5W1H ซึ่งมีรายละเอียดแสดงดังตาราง
ตัวอย่างการวิเคราะห์สถานการณ์ปัญหา
ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในโรงเรียนมีมากมายหลายปัญหา เช่น ปัญหาขยะที่มีผู้ทิ้งเป็นจำนวนมากจนล้นถัง ปัญหาน้ำเสียจากโรงอาหาร ปัญหาเศษอาหารในโรงอาหารมีกลิ่นเหม็น ซึ่งปัญหาต่างๆเหล่านี้ต่างส่งผลกระทบต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ของคนในโรงเรียน หากพิจารณาถึงปัญหาต่างๆ เหล่านี้แล้วจะพบว่าปัญหาขยะเป็นปัญหาที่โรงเรียนส่วนใหญ่พบเจอกันอยู่เป็นประจำ ดังนั้นในตัวอย่างต่อไปนี้จะนำเสนอการแก้ปัญหาเกี่ยวกับขยะด้วย กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม
การออกแบบกระบวนการแก้ปัญหา
David Kelly ได้นำแนวคิดการคิดเชิงออกแบบมาใช้ในธุรกิจ ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง แบ่งกระบวนการคิดเชิงออกแบบเป็น 5 ขั้นตอน ดังนี้
1. การทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง (Empathize) คือ การทำความเข้าใจกับกลุ่มผู้ใช้ ทั้งเรื่องของปัญหา ความต้องการ ความรู้สึก โดยวิธีการสามารถทำได้ดังนี้: 1.1 การสังเกตสิ่งรอบตัว และ 1.2 การสัมภาษณ์
2. ระบุปัญหาและกรอบของปัญหา (Define) คือ การระบุปัญหา หรือประเด็นหลังจากที่ทำความเข้าใจกลุ่มเป้าหมาย จากนั้นจะนำข้อมูลของผู้ใช้มาจัดกลุ่มของปัญหา และระบุปัญหาที่ต้องการแก้ไขให้ชัดเจน
3. การหาแนวทางแก้ไข (Ideate) คือ ขั้นตอนการค้นหาความคิดใหม่ๆ ที่จะสามารถตอบโจทย์ปัญหาได้มากที่สุดโดยการระดมสมอง (Brainstorming)
*หลักการ: กำหนดเวลา, เสนอไอเดียอิสระ, จัดกลุ่มไอเดีย และคัดเลือกไอเดียที่ดีที่สุด*
4. การสร้างต้นแบบ (Prototype) คือ สร้างแบบจำลองเพื่อใช้สื่อสารกับผู้ใช้ว่าไอเดียสามารถตอบโจทย์ได้หรือไม่ เช่น แบบจำลอง 3 มิติ, สตอรี่บอร์ด หรือการแสดงบทบาทสมมติ
5. การทดสอบ (Test) เป็นขั้นตอนสุดท้ายที่จะช่วยสร้างความมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์หรือบริการที่พัฒนาขึ้นจะสามารถตอบโจทย์ปัญหาและความต้องการของผู้ใช้งานได้จริง