วิธีการรวบรวมข้อมูล
การสืบค้นข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต
การพิจารณาความน่าเชื่อถือ
สังเกตได้จาก ชื่อผู้เขียน หรือ หน่วยงานที่รับผิดชอบ โดยตรง ควรเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญและได้รับการยอมรับ นอกจากนี้ควรทำการเปรียบเทียบข้อมูลจากหลายแหล่ง (Cross-check) เพื่อความถูกต้องที่สุด
การอ้างอิงแหล่งที่มาของข้อมูล
🔖 รูปแบบการอ้างอิงข้อมูลออนไลน์
หากนำข้อมูลมาจากอินเทอร์เน็ต ต้องทำการอ้างอิงแหล่งที่มาให้ถูกต้องตามรูปแบบดังนี้:
ชื่อผู้เขียนหรือผู้โพสต์หรือชื่อเว็บไซต์, “ชื่อเรื่อง”, ที่อยู่เว็บไซต์ (URL), สืบค้นวันที่ เดือน พ.ศ.
📝 ฝึกเขียนการอ้างอิง
ลองนำข้อมูลจากเว็บ Kru-IT.com เรื่อง "เทคโนโลยี" ที่คุณเปิดอยู่ตอนนี้ มาลองเขียนอ้างอิงดูนะ
⚖️ แหล่งข้อมูลไหน...ที่เชื่อถือได้จริง?
ใช้ตารางนี้ตรวจเช็คข้อมูลก่อนนำไปอ้างอิงในงานออกแบบเชิงวิศวกรรม
|
✅ แหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ
|
❌ แหล่งข้อมูลที่ควรระวัง
|
|---|---|
|
หน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง
ออกโดยหน่วยงานรัฐ สถาบันการศึกษา หรือองค์กรระดับโลก ตัวอย่าง: .go.th, .ac.th, .org, WHO, NASA |
บล็อกส่วนตัวหรือเว็บบอร์ดทั่วไป
ใครก็สามารถเขียนหรือแก้ไขข้อมูลได้ โดยไม่มีการกลั่นกรอง ตัวอย่าง: โพสต์ใน Facebook, กระทู้ Pantip, เว็บคลิกเบต |
|
ระบุชื่อผู้เขียนและคุณวุฒิชัดเจน
เป็นผู้เชี่ยวชาญหรือนักวิชาการที่มีตัวตนจริงในสาขานั้นๆ |
ไม่ระบุชื่อผู้เขียน หรือใช้นามแฝง
ไม่สามารถตรวจสอบที่มาหรือความรับผิดชอบของเนื้อหาได้ |
|
ข้อมูลทันสมัย (Up-to-date)
ระบุวันที่เผยแพร่หรือวันที่ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดชัดเจน |
ข้อมูลเก่าค้างปี
ไม่มีวันที่ระบุ ข้อมูลอาจล้าสมัยและใช้งานไม่ได้ในปัจจุบัน |
|
มีการอ้างอิงแหล่งที่มา
เนื้อหามีหลักฐานประกอบ หรืออ้างอิงงานวิจัยอื่นๆ ที่ตรวจสอบได้ |
เน้นความรู้สึกหรือพาดหัวเกินจริง
ใช้คำที่กระตุ้นอารมณ์ (Clickbait) มากกว่าการใช้ข้อเท็จจริง |