การเขียนโปรแกรมแบบมีเงื่อนไข คือ การเขียนโปรแกรมที่สามารถเลือกทำงานได้แตกต่างกันตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ เช่น ถ้าเงื่อนไขเป็นจริงให้ทำสิ่งหนึ่ง แต่ถ้าเงื่อนไขไม่เป็นจริงให้ทำอีกสิ่งหนึ่ง ช่วยให้โปรแกรมสามารถ “คิด” และ “ตัดสินใจ” ได้เหมือนมนุษย์
การเขียนโปรแกรมแบบมีเงื่อนไขคือการบอกคอมพิวเตอร์ว่า “ถ้ามีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น ให้ทำสิ่งนี้” คอมพิวเตอร์จะทำงานตามคำสั่งก็ต่อเมื่อเงื่อนไขนั้น เป็นจริง เท่านั้น
โครงสร้างหลักของการเขียนโปรแกรมแบบมีเงื่อนไข
เป็นการกำหนดเงื่อนไขเพียงด้านเดียว ถ้าเป็นจริงให้ทำ แต่ถ้าไม่จริงให้ข้ามไปเลย
ตัวอย่างในชีวิตประจำวัน:
- ถ้า น้องทำการบ้านเสร็จ แล้ว น้องจะได้ดูการ์ตูน
- กรณีที่ 1: ทำการบ้านเสร็จ (จริง) → ได้ดูการ์ตูน
- กรณีที่ 2: ทำการบ้านไม่เสร็จ (เท็จ) → ข้ามไป (ไม่ได้ดู)
ตัวอย่างการเขียนโปรแกรม:
ถ้า คะแนนสอบ >= 50 แล้ว แสดงข้อความ “ผ่าน”
แบบนี้จะมีการตัดสินใจ 2 ทางเลือก ถ้าไม่จริงจะไปทำงานในส่วน "มิฉะนั้น" แทน
ตัวอย่างในชีวิตประจำวัน:
- ถ้า อากาศร้อน แล้ว เปิดพัดลม มิฉะนั้น ปิดพัดลม
- กรณีที่เป็นจริง: อากาศร้อน → เปิดพัดลม
- กรณีที่ไม่เป็นจริง: อากาศไม่ร้อน → ปิดพัดลม
ตัวอย่างการเขียนโปรแกรม:
ถ้า อุณหภูมิ > 28 องศา แล้ว แสดง “เปิดแอร์” มิฉะนั้น แสดง “ปิดแอร์”
💡 กิจกรรมสนุกๆ: ลองมาช่วยกันคิดเงื่อนไข!
ให้นักเรียนลองคิดสถานการณ์ในชีวิตประจำวันของตัวเองที่ใช้เงื่อนไขได้คนละ 1 ตัวอย่าง เช่น:
- ถ้า วันนี้เป็นวันศุกร์ แล้ว ฉันจะดูหนังเรื่องโปรด
- ถ้า ฝนไม่ตก แล้ว ขี่มอเตอร์ไซค์ มิฉะนั้น นั่งรถเมล์
📌 สรุป
การเขียนโปรแกรมแบบมีเงื่อนไขมีความสำคัญมาก เพราะทำให้คอมพิวเตอร์สามารถตัดสินใจตามสถานการณ์ต่างๆ ได้เอง เหมือนกับการตัดสินใจในชีวิตประจำวันของเรานั่นเอง
🤖 ภารกิจ: ฝึกหุ่นยนต์ตัดสินใจ
ลองปรับเงื่อนไขแล้วดูว่าหุ่นยนต์จะทำอย่างไร!
กฎ: ถ้า หิว = จริง แล้ว ไปกินข้าว
กฎ: ถ้า ฝนตก = จริง แล้ว กางร่ม มิฉะนั้น ใส่แว่นกันแดด