อินเทอร์เน็ตกำเนิดขึ้นครั้งแรกในประเทศสหรัฐอเมริกา ในปี 1969 โดยองค์กรทางทหาร ของสหรัฐอเมริกา ชื่อว่า ยู.เอส.ดีเฟนซ์ ดีพาร์ทเมนท์ (U.S. Defence Department) เป็นผู้คิดค้นระบบขึ้นมา มีวัตถุประสงค์ เพื่อให้มีระบบเครือข่ายที่ไม่มีวันตายแม้จะมีสงคราม ระบบการสื่อสารถูกทำลาย หรือตัดขาด แต่ระบบเครือข่ายแบบนี้ยังทำงานได้
IoT หรือ Internet of Things (อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง) หมายถึง วัตถุ อุปกรณ์ พาหนะ สิ่งของเครื่องใช้ และสิ่งอำนวยความสะดวกในชีวิตอื่น ๆ ที่มนุษย์สร้างขึ้นโดยมีการฝังตัวของวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ซอฟต์แวร์ เซ็นเซอร์ และการเชื่อมต่อกับเครือข่าย ซึ่งวัตถุสิ่งของเหล่านี้ สามารถเก็บบันทึกและแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้ อีกทั้ง สามารถรับรู้สภาพแวดล้อมและถูกควบคุมได้จากระยะไกล ผ่านโครงสร้างพื้นฐานการเชื่อมต่อเข้ากับสมาร์ทโฟนเท่านั้น แต่ IoT สามารถประยุกต์ใช้กับอุปกรณ์ทุกอย่างที่ถูกออกแบบมาให้เชื่อมโยงกันได้บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเพื่อที่จะสามารถสื่อสารกันได้
IoT ทำงานอย่างไร
ระบบ IoT โดยทั่วไปทำงานด้วยการรวบรวมและแลกเปลี่ยนข้อมูลแบบเรียลไทม์ โดยระบบ IoT มีองค์ประกอบสามส่วน ได้แก่
[Image of IoT architecture diagram]องค์ประกอบของไอโอที
1. อุปกรณ์ไอโอที (IoT device) เป็นคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กที่มีความสามารถในการตรวจวัดสถานะในบริเวณที่สนใจ อาจมีการเชื่อมต่อกับกลไกควบคุมอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆ เพื่อสั่งงาน เช่น การเปิดหรือปิดอุปกรณ์ ดังนั้นอุปกรณ์ IoT ส่วนใหญ่จะประกอบด้วยหน่วยประมวลผล และส่วนสื่อสาร
2. อุปกรณ์เกตเวย์ (Gateway) เป็นอุปกรณ์ทางผ่านสำหรับอุปกรณ์ IoT เชื่อมต่อกับโครงข่ายอินเทอร์เน็ต
3. เครื่องบริการ (Server) หรือโบรกเกอร์ (Broker) เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ในอินเทอร์เน็ตที่ทำหน้าที่เป็นจุดศูนย์รวม ประมวลผล หรือเชื่อมโยงข้อมูล เนื่องจากอุปกรณ์ IoT มักใช้หน่วยประมวลผลขนาดเล็ก จึงเป็นข้อจำกัดด้านการคำนวณ ดังนั้นอุปกรณ์ IoT จึงต้องใช้เครื่องบริการเพื่อเก็บข้อมูลและประมวลผล แล้วส่งต่อไปยังอุปกรณ์อื่นที่ต้องการใช้ข้อมูล
4. อุปกรณ์ฝั่งผู้ใช้ (User device) เป็นส่วนของการแสดงผลสถานะที่ตรวจวัดได้จากอุปกรณ์ IoT ให้ผู้ใช้ได้รับทราบข้อมูลในรูปของแอปพลิเคชัน และควบคุมสถานะของอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เชื่อมต่ออยู่กับอุปกรณ์ IoT
บทบาทของ IoT ในด้านต่าง ๆ
เช่น ระบบ Smart meter, โครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart grid) รวมถึงระบบบ้านอัจฉริยะ (Smart Home) ที่มีตู้เย็นอัจฉริยะ ห้องน้ำอัจฉริยะ ประตูอัตโนมัติตรวจจับใบหน้า และหุ่นยนต์ดูดฝุ่น
การใช้ Wearable devices เก็บข้อมูลสัญญาณชีพจร ความดันโลหิต เพื่อวินิจฉัยล่วงหน้า (Predictive diagnostic) รวมถึงอุปกรณ์ช่วยชีวิตฉุกเฉินสำหรับผู้สูงอายุและระบบติดตามพิกัด GPS
ระบบการจ่ายเงินอัตโนมัติ (Auto-payment) ผ่านอุปกรณ์สวมใส่ และการใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม/เกษตรกรรมเพื่อสั่งซื้อวัสดุอุปกรณ์โดยอัตโนมัติ
การเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างยานพาหนะและระบบควบคุมจราจร ช่วยในการติดตามรถขนส่ง ลดต้นทุนเชื้อเพลิง และตรวจสอบพฤติกรรมการขับขี่เพื่อความปลอดภัย
สมาร์ตฟาร์มที่ใช้เซ็นเซอร์วัดความชื้น แสงแดด อุณหภูมิ บูรณาการข้อมูลผ่าน Wireless Sensor Networks เพื่อช่วยเกษตรกรตัดสินใจในการให้น้ำและปุ๋ยอย่างแม่นยำ
การเชื่อมต่อเครื่องจักรในโรงงานเข้ากับระบบข้อมูลขนาดใหญ่ เพื่อตรวจสอบความผิดปกติและคาดการณ์เวลาซ่อมบำรุง (Predictive Maintenance) ช่วยลดต้นทุนการผลิต
อ้างอิง : สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, “เทคโนโลยี(วิทยาการคำนวณ)”, 2562 หน้า 38
วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี, “อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง” | Mr.Digital, “IoT กำลังจะเปลี่ยนโลก?”
ดร.พนิตา พงษ์ไพบูลย์, “Driving Thailand 4.0 with Internet of Things” | สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ
ฉัตรพงศ์ ชูแสงนิล, “อินเทอร์เน็ตแห่งสรรพสิ่ง” | By Byrd, “IoT คืออะไร?”